อาการหลับยาก ทำอย่างไรดี

อาการภูมิแพ้ อาการจาม ในตอนเช้า เกิดจากอะไร ?

อาการภูมิแพ้ อาการจาม ในตอนเช้า เกิดจากอะไร

การตื่นมาเพราะอาการจาม นอกจากจะสร้างความรำคาญใจให้เรา และคนข้างๆมากพอแล้ว  อาการจามมักมาพร้อมกับ น้ำมูกไหล จมูกตัน และ อาการคอแห้งเหือด ราวกับทะเลทรายซาฮาร่า แล้วทำไมเล่า เราหลายคนจึงชอบจามเวลาเช้าหลังตื่นนอน?

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เราหลายๆคนชอบจามในช่วงเช้า??

มีเหตุผลมากมาย ที่เป็นตัวการของอาการฮัดชิ่วหรือเจ็บคอในยามเช้า ตัวการแรกเลยคือ ละอองเกสร จากดอกไม้ มักสูงที่สุดในช่วงเช้า สำหรับกลุ่มคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว จะสังเกตุได้เลยว่าอาการจาม ติดต่อ กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายน จะพบว่ามีละอองหญ้า ละอองเกสร และ สปอร์ของเฟิร์น ในปริมาณมาก

อีกสาเหตุนึง ก็คือ คุณอาจจะเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อยู่ ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก ในประชากรทุกๆ100 คน มีเยอะถึง 25 คนที่เป็นโรคนี้ นับเป็นร้อยละ 25 ของคนทั้งหมดที่เป็นโรคนี้ 

ยิ่งในฤดูที่มีอากาศแห้งและลมพัดแรง การกระจายของละอองเกสร ดอกไม้ และ สปอร์เชื้อรา ล้วนซึ่งเป็นสารก่ออาการภูมิแพ้ จะสูงขึ้นนอกบ้าน ส่งผลให้อาการจาม น้ำมูลไหล คันตา กำเริบได้

อาการภูมิแพ้เกิดจากอะไร?

อาการภูมิแพ้เหล่านี้  เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกัน ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลออกมาเป็นการจามออกมา คุณอาจจะรู้สึกตาแห้ง และ น้ำมูลไหลไปด้วยคู่กัน 

ในตอนกลางคืนระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ มีการสะสมสารก่อภูมิแพ้ที่ร่างกายเราสูดเข้าไปตอนนอน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าถ้าสภาพแวดล้อมที่คุณนอนนั้นเต็มไปด้วยไรฝุ่น อาการภูมิแพ้ก็จะมาปรากฏให้ประจักรเห็นตอนเช้าแน่นอน 

อาการภูมิแพ้เหล่านี้  เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกัน ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลออกมาเป็นการจามออกมา คุณอาจจะรู้สึกตาแห้ง และ น้ำมูลไหลไปด้วยคู่กัน

การแพ้ละอองเกษร นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถูกพบบ่อยมากในคนส่วนมาก 

นอกจากนี้ ยังควรระวัง พวกไรฝุ่น เชื้อรา ขี้ไม้ สารเคมี และ สะเก็ดรังแคจากพวกสัตว์เลี้ยงของคุณในบ้าน ที่มีส่วนเป็นต้นเหตุให้อาการจามของคุณกำเริบในยามเช้าก็เป็นได้

แล้วเราควรดูแลตัวเองยังไง เมื่อภูมิแพ้กำเริบ?

วิธีแก้อาการภูมิแพ้ระหว่างคืน 

หากคุณไม่อยากจมูกฟึดฟัดในยามเช้า ให้สวมหมวกยอดนักสืบและลองชี้ต้นตอที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ แยกตัวแปรออกมาจากพื้นที่นอนของคุณ และทยอยสังเกตุว่าอาการคุณดีขึ้นไหม 

  • หมั่นทำความสะอาดพื้นที่ในบ้านบ่อยๆ เพื่อกำจัดฝุ่น สะเก็ดรังแคจากผิวหนังสัตว์เลี้ยงของคุณ และ เชื้อราในอากาศ (ที่แม้คุณมองไม่เห็น ก็สามารถทำให้คุณจามเป็นชุดๆ ได้แน่นอน) 
  • กำจัดไรฝุ่น โดยการดูดฝุ่น ทำความสะอาดที่นอน หมอน และผ้าห่ม 
  • การหมั่นอาบน้ำให้น้องหมาน้องแมวที่บ้าน ก็ช่วยได้
  • หากคุณเป็นคนที่เซนซิทีฟกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และเป็นภูมิแพ้ได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ ให้พยายามปิดหน้าต่างบ้านในช่วงฤดูที่รู้ว่าเกสรดอกไม้เยอะ 
  • ลองเครื่องนอนที่เหมาะกับคนแพ้ง่าย ซึ่งจะทำมาจากวัสดุธรรมชาติ (เช่น ยางพารา) มีคุณสมบัติต้านไรฝุ่นและ ละอองเชื้อราในตัวอยู่แล้ว ทำให้ต้านสารพวกนี้ออกจากพื้นที่ๆคุณนอน แทนที่จะกักเก็บ สะสมไว้ข้างใน 

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการจาม

วิธีบรรเทาอาการจาม เพียงทาVaselineเป็นชั้นบางๆด้านในริมรูจมูก จะช่วยดักไรฝุ่นและละอองเกสรไม่ให้ผ่านเข้าไปให้เกิดอาการภูมิแพ้

ในการบรรเทาอาการจามนั้น ลองทา Vaseline ด้านในริมจมูกก่อนนอน จะช่วยดักไรฝุ่นและละอองเกสรไม่ให้ผ่านเข้าไปในโพรงจมูก เพียงทาVaselineเป็นชั้นบางๆด้านในริมรูจมูกก็พอ ไม่ต้องทาเข้าไปลึก

นอกจากนี้ ลองทานยาที่มีตัว antihistamine ที่หาซื้อได้จากร้านยาทั่วไป หากทานระหว่างวัน ให้เลือกยาตัวที่กินแล้วไม่ง่วง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา 

ถ้าอาการภูมิแพ้ของคุณตอนกลางคืน ทำให้คุณนอนไม่หลับ การทาน antihistamine แบบที่ทำให้ง่วง เช่น chlorphenamine (Piriton), hydroxyzine , promethazine ก็จะเหมาะสมเมื่อทานตอนเย็น 

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email
  • All
  • ที่นอนผู้สูงอายุ
  • ผลวิจัยการนอนเพื่อสุขภาพ
  • พฤติกรรมการนอนน้อย
  • ภูมิแพ้
  • ภูมิแพ้ ไรฝุ่น ไวรัส เชื้อรา ในที่นอน
  • วิธีดูแลตัวเอง
  • วิธีเลือกที่นอน
  • อาการจาม
  • โรคจมูกอักเสบ
  • ไรฝุ่น

ความเครียดส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ความเครียดส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ใครที่เคยผ่านการพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเพราะต้องปั่นงาน อ่านหนังสือสอบ หรือ ติดซีรี่ย์เรื่องใหม่ จะรู้เลยว่าในวันนั้นๆอารมณ์แปรปรวนอย่างแน่นอน อีกทั้งยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรง และขาดสมาธิ ขี้หลงขี้ลืม โดยรวมแล้วคนที่ขาดนอนจะสัมผัสได้ว่าการทำงานโดยทั่วไปของร่างกายเรามันไม่เหมือนวันอื่นๆ

             การอดนอนอาจจะมีผลกระทบที่ร้ายแรงทวีคูณขึ้นในบางสถานการณ์ เช่นเมื่อต้องขับรถ หรือ ในการต้องบังคับงานเครื่องจักรใหญ่ๆด้วยร่างกายที่แสนเหนื่อยล้าในขณะที่การได้นอนน้อยบ้าง สองถึงสามวันครั้ง คงไม่ได้อันตรายหนักหนา แต่การอดหลับอดนอนในระยะยาว สามารถเพิ่มโอกาศการเกิดปัญหาสุขภาพแบบเรื้อรังได้

              จากงานวิจัยของ CDC พบว่า กลุ่มคนที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเป็นบรรดาโรคต่างๆ:

  • ภาวะโรคอ้วน
  • โรคหัวใจ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะซึมเศร้า
  • โรคข้ออักเสบ
  • โรคไต
 

ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียด และการนอน

               เมื่อได้ยินคำว่า ‘เครียด’ เราตีความหมายมันไปในทางลบโดยทันที แต่ในเชิงวิวัฒนาการของมนุษย์และสัตว์นั้น ความเครียดเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายให้เราจัดการกับปัญหาหรือภัยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่มันจะบานปลายมาคุกคามการอยู่รอดของเรา

            ในมนุษย์ ความเครียดมีหน้าที่กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ให้ทำการหลั่งฮอร์โมน ที่เพิ่มแรงเต้นของหัวใจ ให้เลือดถูกไหลเวียนไปทั่วอวัยวะสำคัญข้างใน รวมถึงกล้ามเนื้อของเราอีกด้วย กระบวนการนี้ก็เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการต้องต่อสู้ เคลื่อนไหว ในสถานการณ์คับขัน ผลกระทบของความเครียด ต่อร่างกายในระยะยาว           แน่นอนว่าการรู้สึกเครียดเป็นบางครั้งบางคราวเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่หากความเครียดถูกปล่อยให้อยู่นานๆ ระบบประสาทของเราต้องเผชิญกับภาวะตื่นตัวนานกว่าที่ควร ซึ่งส่งผลร้ายต่อกายภาพและสุขภาพจิตของเราได้

หนึ่งในผลกระทบจากความเครียดคือ อาการนอนไม่หลับ

           หากเราเป็นคนที่อยู่ในสภาวะตื่นตัวจากความเครียดบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดดีเลย์ในกระบวนการของการนอนหลับ (Sleep Onset) ซึ่งคือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเราจากตอนเรารู้สึกตื่น ไปถึงตอนเรารู้สึกง่วงจนเข้าสู่การหลับสนิท การล่าช้าดังกล่าวเป็นที่มาของความคิดวิตกกังวลที่บ่อยขึ้น ณ ตอนกลางคืน

           นี่แหละเป็นวงจรที่ไม่มีไครอยากเข้าไปอยู่ เพราะการนอนหลับไม่พอยิ่งทำให้เกิดความเครียดเข้าไปอีก

            ในแบบสอบถามที่ถูกจัดเตรียมโดย National sleep foundation สถิติชี้ว่าในกลุ่มคนที่อายุระหว่าง 13-64 ปี 43%  มักประสบปัญหาการนอนไม่หลับ โดยนอนเฉยๆอยู่บนเตียงแต่ไม่สามารถหลับได้ อย่างน้อยๆเลยหนึ่งครั้งในเดือนที่ผ่านมา

  • All
  • ที่นอนผู้สูงอายุ
  • ผลวิจัยการนอนเพื่อสุขภาพ
  • พฤติกรรมการนอนน้อย
  • ภูมิแพ้
  • ภูมิแพ้ ไรฝุ่น ไวรัส เชื้อรา ในที่นอน
  • วิธีดูแลตัวเอง
  • วิธีเลือกที่นอน
  • อาการจาม
  • อาการหลับยาก ทำอย่างไรดี
  • โรคจมูกอักเสบ
  • ไขความลับ การนอนเปลี่ยนชีวิต
  • ไรฝุ่น

แก้ไขปัญหานอนหลับยาก ตื่นไม่เป็นเวลา ด้วยวิธีแสนง่ายจนคุณคิดไม่ถึงเลยเชียวล่ะ

แก้ไขปัญหานอนหลับยาก ตื่นไม่เป็นเวลา ด้วยวิธีแสนง่ายจนคุณคิดไม่ถึงเลยเชียวล่ะ

Previous
Next

เพื่อทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกายได้ฟื้นตัว เป็นไปอย่างเป็นปกติ ระยะเวลาของการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ จึงมีความสำคัญต่อร่างกานอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ ช่วยทำให้จิตใจแจ่มใสเบิกบาน ดังนั้นการได้นอนหลับอย่างสนิทเต็มตื่น เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจอย่างมาก

ภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง

           จะมีความวิตกกังวลและเครียดได้ง่ายกว่าผู้ที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม อาการนอนไม่หลับและวิตกกังวล ตึงเครียด สามารถลดลงและหายไปได้ หากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับ ให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมในการนอนหลับพักผ่อนได้อย่างสนิทตลอดคืน ดังนี้

ปรับเปลี่ยนเวลาพักผ่อน

เริ่มต้นจาก การเข้านอน และ ตื่นนอนให้เป็นเวลา และตื่นนอนในช่วงเวลาเดิมๆ เพือเป็นการทำให้ร่างกายจดจำและเกิดความเคยชิน หากในวันที่ต้องนอนดึกด้วยภาระหน้าที่ ธุระบางอย่าง จนต้องนอนดึกกว่าปกติ ก็ควรพยายามตื่นให้ในช่วงเวลาเดิม แม้จะได้นอนน้อยกว่าปกติและเกิดอาการ ง่วงหงาว หาวนอน บ้างในระหว่างวัน แต่เมื่อถึงเวลาปกติ ในการนอนหลับพักผ่อนร่างกายก็จะหลับได้อย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายเกิดการจดจำพฤติกรรมการนอนหลับ และตื่นนอนแบบนี้แล้ว

ลุกจาก ที่นอน ทันทีหลังจากตื่น

หลังจากเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น พฤติกรรมยอดฮิตคนส่วนใหญ่มักจะเป็นการขอนอนต่อสัก 5 นาที 10 นาที หรือถ้าบางคนนอนเพลินหน่อยก็อาจยาวเป็นชั่วโมงๆ เลยก็ได้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนโดยด่วน

เป็นการลุกจากที่นอนทันที เปิดหน้าต่างให้ดวงตาของเราได้รับแสงสว่างในช่วงเช้า เพราะแสงสว่างจะการส่งสัญญาณให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายตื่นตัวและทำกายบริหารเบาๆ สัก 10-15 นาที ให้เหงื่อออกพอซึมๆ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้สมองและร่างกายตื่นตัวอย่างเต็มที่พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิต ก่อนอาบน้ำแต่งตัวปฏิบัติภารกิจธุระต่างๆ ของวันต่อไป

หลีกเลี่ยงการงีบหลับระหว่างวัน

แม้จะดูเป็นเรื่องที่ดีในการได้งีบหลับระหว่างวัน แต่ก็แลกมาด้วยผลเสียด้วยเช่นกัน เพราะการงีบหลับระหว่างวัน (ที่มากเกินไป) จะเป็นการรบกวนการนอนหลับพักผ่อนในเวลากลางคืน แต่สำหรับผู้ที่ง่วงมาก จนรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วอาจงีบหลับระหว่างวันได้ แต่ต้องเป็นเพียงแด่ระยะเวลาสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 20 นาที ก็จะสามารถช่วยทำให้คลายจากความง่วงได้

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ เป็นคำพูดที่เรามักจะได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่น้อยคนนักที่จะใส่ใจ และตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการกีฬาจริงๆ ซึ่งพฤิตกรรมการนอนไม่หลับ นอนหลับยาก สามารถแก้ได้ด้วยการเล่นกีฬา ออกกำลังกายเช่นกัน เช่น การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน วิ่ง เต้นแอโรบิคก็ได้ อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

จะเป็นช่วงเวลาเช้าตรู่หรือตอนเย็นหลังเลิกงานก็ได้ เพราะการออกกำลังกายนี้ จะเป็นตัวช่วยลดความเครียดจากการใช้ชีวิต ทำงานมาตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังถือเป็นยานอนหลับชั้นเลิศอีกด้วย เพราะหลังจากออกกำลังกายแล้ว ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลีย ดังนั้นเมื่อหัวถึงหมอนเมื่อไหร่ รับรองว่าคุณจะหลับสนิทจนเช้าวันใหม่อย่างแน่นอน

เพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดียิ่งขึ้น

          “ ด้วยที่นอน SLEEPEN เป็นที่นอนแบบสปริง มีความยืดหยุ่นและทนทาน วงสปริงผ่านการอบด้วยความร้อนสูง ให้คุณได้สัมผัสแห่งการนอนหลับสนิทตลอดคืน นุ่มสบายในทุกอิริยาบถ”

          การเลือกใช้ที่นอนที่ดี เหมาะสม มีคุณภาพย่อมส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีด้วย เพราะการได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม จะช่วยทำให้การตื่นนอน เป็นไปด้วยความสดชื่น ปราศจากความอ่อนเพลีย พร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกำลังใจ และพลังงานที่เต็มเปี่ยมอีกด้วย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email
  • All
  • ที่นอนผู้สูงอายุ
  • ผลวิจัยการนอนเพื่อสุขภาพ
  • พฤติกรรมการนอนน้อย
  • ภูมิแพ้
  • ภูมิแพ้ ไรฝุ่น ไวรัส เชื้อรา ในที่นอน
  • วิธีดูแลตัวเอง
  • วิธีเลือกที่นอน
  • อาการจาม
  • โรคจมูกอักเสบ
  • ไรฝุ่น

การนอนหลับพักผ่อน ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาวะ Digital Brain Drain

การนอนหลับพักผ่อน ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาวะ Digital Brain Drain

Previous
Next

การปรับตัวให้สอดคล้องและก้าวทันตามเทคโนโลยีและกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อมีการเสพติดสื่อดิจิตอลและสภาวะออนไลน์มากเกินพอดี ก็จะส่งผลต่อความสามารถในการทำงานและการใช้ชีวิตของคนเรา ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่บอกเป็นทางเดียวกันเลยว่า การถูกรบกวนด้วยสื่อออนไลน์เหล่านี้ ส่งผลต่อ IQ ของเรามากกว่าการเสพยาเสพติด วันนี้ที่นอน SLEEPEN จึงมีสาระความรู้เกี่ยวกับภาวะ Digital Brain Drain หรือ ภาวะสมองไหล มาบอกกันค่ะ

ผลกระทบจากภาวะ Digital Brain Drain

            การหลั่งไหลของอีเมล์ ข้อความ การอัพเดตข้อมูลจากสื่อออนไลน์ต่างๆ การค้นหาจากคอมพิวเตอร์ และการค้นหาข้อมูลบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ไม่ได้ดึงแค่เวลาในชีวิตของคนเราไปอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพลังงานของสมองเราอีกด้วย ทำให้ประสิทธิภาพลดน้อยลงและยังขัดขวางปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของเราไปอย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้สื่อจากต่างประเทศยังรายงานอีกว่า คนส่วนมากใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ถึง 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยอีกด้วย

Previous
Next

สื่อจากต่างประเทศรายงาน

             สื่อในต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับผลกระทบภาวะสมองไหล โดย ดร.เจนนิเฟอร์ แอสตัน นักวิจัยแห่งวงการแพทย์ กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยของ ชาวอเมริกัน ใช้เวลาส่วนมากหมดไปกับการเสพอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ iPods และ Smartphone มากถึงวันละ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย (ข้อมูลจากสำนักข่าวซีบีเอส) ซึ่งการรับเอาข้อมูลที่มากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสมองอย่างแน่นอน

สมองถูกทำลาย

           นักวิจัยยังกล่าวอีกว่า การรับข้อมูลดิจิตอลที่มากเกินไป ส่งผลกระทบถึงความคิดและความประพฤติได้ ซึ่งบางครั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

            แต่ในขณะเดียวกันความสามารถต่อการมีสมาธิในการเรียนรู้สิ่งต่างๆของเราจะถูกลดประสิทธิภาพเช่นกัน เพราะการได้รับข้อมูลที่มากเกินไปจากสื่อดิจิตอลนั้นเอง นอกจากนี้ แอสตันยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า สมองของคนเราจะเกิดการเสพติดเมื่อมีการกระตุ้นด้วยข้อมูลจากสื่อดิจิตอล ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่ภาวะซึมเศร้าและปัญหาอื่นๆ ได้อีกด้วย และการแก้ไขปัญหาการเสพติดสื่อต่างๆ แอสตันได้ให้คำแนะนำวิธีไว้ดังนี้

คำแนะนำจากนักวิจัย

             ในแต่ละวันควรหยุดพักการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ ปิดอุปกรณ์และพูดคุยกับคนรอบข้าง หรืออาจออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายบ้าง ลองนั่งสมาธิ เพื่อพักผ่อนจิตใจ จะสามารถช่วยฟื้นฟูอาการสมองเหนื่อยล้าได้ ออกกำลังกายเสียบ้าง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้สมองได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเอง

            เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี เพราะสามารถช่วยให้การทำงานและการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกอย่างควรอยู่บนความพอดี ไม่หักโหม ใช้งานมากจนเกินไป เพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email
Share on whatsapp
WhatsApp
  • All
  • ที่นอนผู้สูงอายุ
  • ผลวิจัยการนอนเพื่อสุขภาพ
  • พฤติกรรมการนอนน้อย
  • ภูมิแพ้
  • ภูมิแพ้ ไรฝุ่น ไวรัส เชื้อรา ในที่นอน
  • วิธีดูแลตัวเอง
  • วิธีเลือกที่นอน
  • อาการจาม
  • โรคจมูกอักเสบ
  • ไรฝุ่น

จุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากการนอนหลับ

จุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี หรือการเกิดโรคร้ายนั้น เริ่มต้นจากการนอนหลับ

         นอนดึก นอนน้อย นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนแบบนี้ระวังกันให้ดีๆ  เพราะนี่อาจเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งสัญญาณอันตรายของโรคร้าย ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นคนป่วยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งผลเสียของการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ จากการวิจัยหลายสถาบัน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ส่งผลกระทบร้ายต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก

งานวิจัย มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

          ผู้ที่มีค่าเฉลี่ยชั่วโมงการนอนเพียงแค่ 4.5 ชั่วโมงในแต่ละคืน ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาว 1 สัปดาห์ มีแนวโน้มที่จะเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวนมากกกว่าคนที่มีการนอนประมาณ 7 ชั่วโมงต่อคืน โดยที่อารมณ์แปรปรวนเหล่านี้ จะมีผสมไปด้วยความรู้สึกเครียด เศร้า ท้อแท้ โมโห และหงุดหงิด ซึ่งธรรมชาติของคนเราสามารถควบคุม

           การแสดงออกทางอารมณ์ได้ค่อนข้างดีเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเมื่อใดเกิดการพักผ่อนที่น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ย่อมส่งผลทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดน้อยลง และส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย

Previous
Next

อาการปวดหัว

           แม้ว่าจะยังไม่มีนักวิจัยยืนยันว่าการนอนน้อย เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการปวดหัว แต่ยังมีปัจจัยบางอย่างที่สามารถอธิบายได้ถึงภาวะดังกล่าว

          เพราะการนอนน้อยจะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญต่ออาการปวดหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ไมเกรน จึงมีโอกาสสูงที่จะเกิดอาการปวดหัวกำเริบ ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคไมเกรน อย่างไร 36-58% ของคนที่นอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่พอ จะมีอาการปวดหัวหลังจากตื่นนอนด้วยเช่นกัน

อัตราการเป็นโรคหัวใจที่มากขึ้น

          นักวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่ได้นอนหลับเลยเป็นเวลาถึง 88 ชั่วโมง ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้ที่ไม่ได้นอนหลับเหล่านั้น มีระดับความดันโลหิตที่สูงมากๆ และเมื่อให้กลุ่มอาสาสมัครนอนหลับประมาณ 4 ชั่วโมงต่อ 1 คืน ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการเต้นของหัวใจกลับมาอยู่ในระดับที่ปกติ โดยค่าเฉลี่ยการเต้นของหัวใจใกล้เคียงกับคนที่ได้นอนปกติประมาณ 6-8 ชั่วโมง และสิ่งที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ได้แก่ สารโปรตีนที่จะมีการสะสมตัวมากขึ้นในขณะที่เราตื่นนอน และจะถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติเมื่อเรานอนหลับ ดังนั้นการอดนอนหรือนอนน้อยสะสมเป็นระยะนาน จึงมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายกว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเป็นปกตินั้นเอง

เจ็บป่วยเป็นหวัดได้ง่าย

    การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ มีผลทำให้ร่างกายเป็นไข้หวัดบ่อยมากกว่าปกติ เพราะร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง โดยงานวิจัยจากหลายสถาบันเปิดเผยว่า ผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน มีโอกาสป่วยมากกว่าผู้ที่นอนเกิน 8 ชั่วโมงต่อคืน ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่นอนหลับยากมีโอกาสป่วยง่ายกว่า ผู้ที่นอนหลับง่ายมากถึง 5.5 เท่าอีกด้วย

ระบบย่อยอาหารเริ่มมีปัญหา

    งานวิจัยในต่างประเทศพบว่า ชาวอเมริกันราว 250 คน ที่มีพฤติกรรมการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ กลายเป็นผู้ป่วยโรค IBD หรือเรียกว่า โรคกลุ่มอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีผู้ป่วย 10-15% ป่วยเป็นโรคโครห์น Crohn’s disease มีลักษณะอาการ ได้แก่ มีการท้องเสียปนเลือดบางครั้ง รู้สึกปวดท้องจากการอักเสบของลำไส้ น้ำหนักลด ท้องอืด อาเจียน ซึ่งถึงแม้ว่าจะสามารถรักษาให้หายได้  แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีก ถ้าหากร่างกายมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ

โอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

นักวิจัยบางส่วนได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า โรคมะเร็งบางชนิดสามารถกำเริบได้หากมีพฤติกรรมการนอนที่ไม่เพียงพอ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ โดยจากการวิจัยของมหาวิทยาลัย Tohoku ในประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการเก็บข้อมูลจาก 24,000 คน พบว่าผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 40-79 ปี และมีพฤติกรรมการนอนที่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน มีภาวะเสี่ยงมากถึง 62% ที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ในขณะที่กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมการนอนมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อคืน มีความเสี่ยงเพียงแค่ 28% และอีกหนึ่งงานวิจัยที่ได้จากการศึกษาคนจำนวน 1,240 พบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน มีโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างเป็นปกติมากถึง 47%  อีกด้วย

          การนอนหลับพักผ่อน ถือว่ามีปัจจัยสำคัญมากที่จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย ถ้าหากร่างกายเกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจหมายถึงการบั่นทอนของอายุขัยให้สั้นลงได้อีกด้วย ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดี นอกเหนือจากการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email
  • All
  • ที่นอนผู้สูงอายุ
  • ผลวิจัยการนอนเพื่อสุขภาพ
  • พฤติกรรมการนอนน้อย
  • ภูมิแพ้
  • ภูมิแพ้ ไรฝุ่น ไวรัส เชื้อรา ในที่นอน
  • วิธีดูแลตัวเอง
  • วิธีเลือกที่นอน
  • อาการจาม
  • โรคจมูกอักเสบ
  • ไรฝุ่น